| |
|
|
| |
“บทบาทของสื่อในการช่วยสร้างความสมานฉันท์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้”
|
|
| |
การบรรยายเรื่อง“บทบาทของสื่อในการช่วยสร้างความสมานฉันท์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้”
โดย ดร. มารค ตามไท เนื่องในงานแนะนำหนังสือ Dynamic Diversity of Southern Thailand และ The History of the Malay Kingdom of Patani วันที่ 16 มิถุนายน 2548 ณ ห้องมัณฑเลย์ ศูนย์บริการวิชาการนานาชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
|
| |
เมื่อเกิดปัญหาอะไรสักอย่างขึ้นมา สังคมไทยเราไม่ค่อยจะมองไปถึงต้นตอ หรือพื้นฐานของการเกิดปัญหานั้นๆ เรามัก
ให้ความสำคัญ
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มากกว่า ซึ่งทำให้ไม่สามารถ
แก้ปัญหาได้ตรงจุด เมื่อเรา
มองตัวปัญหาอย่างเข้าใจ มองถึงบริบทแวดล้อม รากฐานของปัญหาชีวิต
ความเป็นอยู่
ของผู้คนที่เกี่ยวข้องและได้รับ
ผลกระทบจากปัญหา เราจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ลงได้ ในการแก้ไขสถานการณ์ทางภาคใต้ของไทยก็เช่นการ ความเข้าใจใน
ปัญหาและสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ หนังสือ Dynamic Diversity of Southern Thailand ได้รวบรวม
บทความ
ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับภาคใต้
ทำให้เราเข้าใจและเห็นภาพวิถีชีวิตของคนใต้ได้ชัดเจนขึ้น ในขณะที่หนังสือ The History of the Malay Kingdom of Patani ก็สำคัญเช่นกัน เพราะอธิบายเรื่องราวและสถานการณ์ในประวัติศาสตร์ของภาคใต้ ซึ่งทำให้เรา
รู้ถึงเบื้องหลัง
การเกิดวิกฤตการณ์ทางภาคใต้ ปัญหาและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มิได้ปะทุขึ้นมาทันทีทันใด แต่ความ
ขัดแย้งนั้นมีมานานแล้ว หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราเห็นจุด
แตกหัก
ที่ทำให้วิกฤติการณ์ภาคใต้ผ่านรอยต่อทางประวัติศาสตร์
|
|
| |
สื่อมีบทบาทในการช่วยสร้างความสมานฉันท์อย่างไร ใครคือผู้เสนอสื่อ เสนอสื่อให้แก่ใคร
สังคมเป็นผู้บริโภคสื่อ ทั้งสังคมภายใน และภายนอกพื้นที่นั้น ๆ การที่สื่อเสนอข่าวออกมา อิทธิพลหรือผลกระทบที่เกิดแก่ผู้บริโภคภายในพื้นที่ และภายนอกพื้นที่อาจให้ผลไปคนละทาง การนำเสนอแต่ภาพความรุนแรงทำให้สังคมภายนอกเข้าใจ และมองคนในพื้นที่ในภาพลบ โดยปราศจากความเข้าใจในบริบทแวดล้อมอื่นๆ สื่อนำเสนอข่าวอย่างไร ย่อมสำคัญต่อคนในพื้นที่ สื่อเสนอภาพออกมาเช่นใด คนในพื้นที่ก็คิดอย่างนั้น คนนอกพื้นที่ก็คล้อยตามสื่อ ขอให้สื่อเตรียมพื้นที่ว่างไว้ในใจ เสนอข่าวที่ทำให้เข้าใจปัญหา สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มิใช่เพียงเขียนข่าวหวือหวา เพื่อรายได้ในการดำรงชีวิต แต่ควรมีจรรยาบรรณในการนำเสนอ
เหตุใดคนนอกพื้นที่จึงจำเป็นต้องมีความรู้และตระหนักถึงปัญหา เพื่อการมีส่วนร่วมในการสร้างความสมานฉันท์ คนนอกพื้นที่จำเป็นต้องรู้และตระหนักถึงประวัติศาสตร์ และสาเหตุการเกิดสถานการณ์ทางภาคใต้ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2542 เกี่ยวกับการปกรองภาคใต้ที่ร่างโดยประชาชนชาวใต้และได้รับการแปลเป็นภาษายาวี มีหลักสำคัญสามประการ ดังนี้
a) ความมั่นคงจะมาสู่ภาคใต้ หากประชาชนได้ดำเนินชีวิตตามคุณค่าของตนเอง สามารถอยู่อย่างมุสลิมได้
b) การมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นข้อได้เปรียบ เป็นสิ่งที่ดี เป็นทางเลือกของประชาชน
c) ทุกคนควรมีส่วนร่วมในแนวทางปฏิบัตินี้ |
|
| |
ภารกิจสร้างความสมานฉันท์จะสำเร็จได้โดยการที่รัฐบาลควรมีนโยบายที่ชัดเจน และเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นควรได้รับการอบรมพื้นฐานนโยบายนั้น ๆ ในการนำไปปฏิบัติจริง
The History of the Malay Kingdom of Patani เคยเป็นหนังสือต้องห้าม แต่เราจำเป็นต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อความเข้าใจในปัญหา เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในที่สุดหนังสือเล่มนี้ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษในการแจกจ่ายขององค์การสหประชาชาติ
เรื่องเศร้ากรณีตากใบและกรือแซะเกิดขึ้นได้อย่างไร รัฐบาลมีความรู้เพียงพอหรือไม่ และสื่อเสนอข่าวผิดพลาดหรือไม่
ปัญหาเกิดขึ้นเพราะ
1. นโยบายของรัฐไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถทำออกมาเป็นรูปธรมได้ดี การที่คนคิดเหมือนกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เหมือน ๆ กัน ท้ายที่สุดก็จะได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหาทางเดียว เราต้องการความคิดเห็นที่แตกต่าง ในการแก้ไขปัญหา
2. องค์กรต่าง ๆ หลายองค์กรไม่เห็นด้วยกับวิธีการใหม่ในการสร้างความสมานฉันท์ในภาคใต้ ปฏิบัติตรงข้ามกับนโยบาย ผู้บังคับบัญชาก็มิได้ตำหนิลูกน้อง เพราะตนเองก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ปัญหาขยายตัวมากขึ้นเพราะการเลือกที่จะแก้ปัญหาในวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง บทเรียนที่มีมาแต่อดีตมีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน
3. ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเฉพาะของคนในท้องถิ่นเท่านั้น เพราะภาคใต้ก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ปัญหากันเพียงแต่วงใน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย สร้างทัศนติร่วมกัน ปัญหาชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาของทั้งสังคมไทย |
|
| |
ข้อแนะนำสำหรับสื่อในภารกิจสร้างความสมานฉันท์
5 วิธีในการช่วยสร้างความสมานฉันท์
1. ความจริง ความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นเมื่อความจริงปรากฏ ควรเปิดเผยข้อมูลกรณีกรือแซะ และตากใบ
2. ความยุติธรรม ความยุติธรรมเป็นสิ่งจำเป็น เรามีทางเลือกเพียงสองทางเมื่อเผชิญความอยุติธรรม คือยอมรับในความอยุติธรรมนั้น หรือต่อสู้ความอยุติธรรม ซึ่งก็จะต้องต่อสู้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้รับความยุติธรรม
3. การเข้าใจในประเทศไทย เข้าใจในความหลากหลายของวัฒนธรรมไทย
4. ใช้ความละมุนละม่อม เราควรการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย เราควรแก้ไขปัญหาโดยละมุนละม่อม เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน โดยการยอมรับความแตกต่างของกันและกัน
5. จินตนาการถึงอนาคตร่วมกัน หากเราจินตนาการอนาคตร่วมกัน เราจะเห็นว่าเราหวังในสิ่งเดียวกัน จะเป็นรากฐานของอนาคต เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ แต่เราสามารถร่วมกันสร้างอนาคตได้ สื่อสามารถช่วยในการจินตการร่วมกัน
|
|
| |
5 ประการที่สื่อควรหลีกเลี่ยง
1. หลีกเลี่ยงการนำเสนอความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในลักษณะที่มีผู้เกี่ยวข้องแค่สองฝ่าย โดยที่แต่ละฝ่ายมีเป้าหมายเดียวที่ตรงข้ามกัน
2. หลีกเลี่ยงการแบ่งฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกเป็น “พวกเรา” และ “พวกเขา”
3. หลีกเลี่ยงการมองความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ามีอยู่เฉพาะในสถานที่และช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ความ
รุนแรง
4. หลีกเลี่ยงการประเมินข้อดีข้อเสียของปฏิบัติการ หรือนโยบายที่อิงการใช้ความรุนแรงเป็นหลัก โดยการคำนึงถึงผลเฉพาะหน้าอย่างเดียว
5. หลีกเลี่ยงการพูดถึงความพยายามสร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ในลักษณะซึ่งให้ความสนใจกับความพยายามของคนนอกพื้นที่ ทั้งทางด้านความคิดและการปฏิบัติเป็นหลัก โดยความพยายามของคนในพื้นที่เป็นเพียงส่วนประกอบ
|
|
| |
สื่อมีบทบาทในการช่วยสร้างความสมานฉันท์ อย่าเห็นเพียงแต่ค่าตอบแทนจากข่าวที่หวือหวา ข่าวที่กระทบความรู้สึกคนเท่านั้น อย่าคิดว่าทำงานเพื่อเงิน แต่ควรคิดว่าเราทำงานเพื่อตนเอง เพื่อผู้อื่น และเพื่อสังคม เราควรรู้จักเสียสละให้แก่สังคม
โดยสรุปแล้วการมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะแก้สถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อการหาทางขจัดปัญหา การจะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นมาได้นั้นต้องอาศัยวิธีการคิด ความคิดเห็นในแบบต่าง ๆ ที่หลากมิติ หลากมุมมองจากประชาชนทั้งประเทศ มิใช่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติฝ่ายเดียว คณะกรรมการฯ จะนำข้อคิดเห็นที่แตกต่างของท่านทั้งหลายมาปรึกษา และนำมาเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป
|
|